วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Material web link



http://ftiweb.off.fti.or.th/industrialgroup/glass/index.asp

แก้วและกระจก

วัสดุแก้ว

"แก้ว" มาจากภาษาอังกฤษว่า"Glass" เป็นวัตถุโปร่งใส เนื้อใสสะอาด มีความเป็นมันแวววาวสุกใส แก้วเป็นสารประกอบของซิลิกากับสารโลหะออกไซด์มีลักษณะโปร่งตาและมีความเปราะในตัวเอง ตาม ASTM กล่าวว่า แก้ว คือ วัสดุที่เป็นสารอนินทรีย์ต่างๆ มาเผาให้ถึงจุดละลายที่อุณหภูมิสูง และเมื่อเวลาเย็นตัวลงมาจะกลายเป็นของแข็งโดยไม่ตกผล จากคำนิยามดังกล่าวจะเห็นว่าแก้วมีลักษณะที่เหมือนกับเซรามิกส์ คือ
1. แก้วประกอบขึ้นจากสารอนินทรีย์เหมือนกัน
2. แก้วต้องผ่านการใช้อุณหภูมิสูงจึงทำให้เรามักจะพูดกันว่าแก้วเป็นวัสดุในกลุ่มเดียวกับเซรามิกส์ แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่างแก้วกับเซรามิกส์ก็มีเหมือนกัน นั่นคือ แก้วต้องมีการหลอมตัวก่อนที่จะขึ้นรูปในขณะที่เซรามิกส์ต้องขึ้นรูปก่อน แก้วจะแข็งตัวโดยไม่มีการตกผลึก
จากคำว่าไม่ตกผลึกนี้ ทำให้เราโยงไปถึงวัสดุอีกประเภทหนึ่ง คือ วัสดุอสัณฐาน (Amorphous materials) ทั้งนี้เนื่องจากแก้วเป็นของแข็งที่ไม่มีผลึกอยู่ในตัวเองเราจึงถือว่า แก้วเป็นวัสดุอสัณฐานประเภทหนึ่ง

สมบัติของวัสดุแก้ว
สมบัติพื้นฐานของวัสดุอสัณฐานหรือแก้ว คือ Glass transition temperature หรือ Tg จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอันหนึ่งที่จะบอกว่าวัสดุนั้นเป็นวัสดุอสัณฐานหรือ แก้วหรือไม่

การใช้งานวัสดุแก้ว
วัสดุศาสตร์จะแบ่งชนิดของแก้วตามประเภทของการใช้งานดังต่อไปนี้
1. แก้วในงานก่อสร้าง (Constructions) เช่น กระจกแผ่น กระจกลาย อิฐแก้ว (Glass brock) เป็นต้น ต้องมีความแข็งแรง ความโปร่งใสสูง สามารถผลิตในปริมาณมากเพื่อให้คุ้มกับการลงทุน

2. แก้วบรรจุภัณฑ์ (Containers) เช่น ขวด แก้วน้ำ และภาชนะต่างๆ ควรจะมีความทนทานทางกายภาพและทางเคมีระดับในระดับหนึ่ง และควรสามารถนำกลับมาล้างใช้ได้ใหม่อย่างน้อย 50 ครั้ง

3. แก้วที่ผ่านการแปรรูป (Specialty glass) เช่น กระจกนิรภัยชนิดต่างๆ กระจกฉนวน กระจกเสริมลวด เป็นการนำกระจกแผ่นแบบ float มาอบ ดัด ตัดแต่ง ซึ่งจะทำให้ได้กระจกที่มีรูปร่างตามที่ต้องการ มีความทนทานมากขึ้น กระจกนิรภัยจะช่วยป้องกันอันตรายที่เกิดจากการแตกได้

4. แก้วเครื่องประดับ ตกแต่ง (Ornaments & Figurines) เช่น แก้วคริสตัล ของชำรวยต่างๆ แก้วสลัก เจียรไน มักเป็นแก้วพวก borosilicate ซึ่งสามารถนำมาเป่าขึ้นรูปได้ง่าย หรือแก้วผสมตะกั่ว ซึ่งจะทำให้แกะสลักและเจียรไนได้ง่าย

5. แก้วในอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics & Electrical Glass) เช่น Cathode-ray tubes, capacitors, resistors, computer components และ print circuits เป็นต้น แก้วที่ใช้จะต้องมีค่า dielectric ที่ดี มีการสูญเสียทางไฟฟ้าน้อยในช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกันสูง หน้าจอทีวี แก้วสำหรับการป้องกันการแผ่รังสี ก็ควรมีปริมาณตะกั่วที่สูง

6. แก้วในงานทางแสง (Optical glass) เช่น หลอดไฟ ต้องมีทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และการใช้งานที่อุณหภูมิสูง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ส่วนเลนส์ ใยแก้วนำแสง ต้องใช้วัตถุดิบที่มีความบริสุทธ์สูง

7. แก้วในงานอื่นๆ (Other Glass) เช่น ใยแก้ว โฟมแก้ว วัสดุคอมโพสิท ต้องสามารถใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน ทนความร้อน และมีความต้านทานไฟฟ้าที่ดี ขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่จะนำไปใช้

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

White Brick


อิฐมวลเบา มีมากมายหลายประเภท หากมองเพียงภายนอกอาจแทบไม่แตกต่างกัน แต่แท้จริงแล้ว อิฐมวลเบาที่ใช้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่ต่างกันจะทำให้คุณสมบัติของอิฐมวลเบาแตกต่างกันด้วย อิฐมวลเบาโดยทั่วไปอาจแบ่งตามกระบวนการผลิตได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1 ระบบที่ไม่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง (Non - Autoclaved System)
ซึ่งจะแบ่งย่อยออกได้อีกเป็น 2 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 ใช้วัสดุเบากว่ามาทดแทน เช่น ขี้เลื่อย ขี้เถ้า ชานอ้อย หรือเม็ดโฟม ทำให้คอนกรีตมีน้ำหนักที่เบาขึ้น แต่จะมีอายุการใช้งานที่สั้นเสื่อมสภาพได้เร็ว และหากเกิดไฟไหม้ สารเหล่านี้อาจเป็นพิษต่อผู้อยู่อาศัย
ประเภทที 2 ใช้สารเคมี (Circular Lightweight Concrete) เพื่อให้เนื้อคอนกรีตฟู และทิ้งให้แข็งตัว คอนกรีตประเภทนี้จะมีการหดตัวมากกว่า ทำให้ปูนฉาบแตกร้าวได้ง่าย ไม่ค่อยแข็งแรง คอนกรีตที่ไม่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงนี้ส่วนใหญ่ เนื้อผลิตภัณฑ์มักจะมีสีเป็นสีปูนซีเมนต์ ต่างจากคอนกรีตที่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงซึ่งจะมีเนื้อ ผลิตภัณฑ์เป็นผลึกสีขาว
2 ระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง (Autoclaved System)
ซึ่งแบ่งตามวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตได้เป็น 2 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 Lime Base ใช้ปูนขาว ซึ่งควบคุมคุณภาพได้ยาก มาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตทำให้คุณภาพคอนกรีตที่ได้ไม่ค่อยสม่ำเสมอ มีการดูดซึมน้ำมากกว่า
ประเภทที่ 2 Cement Base ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 1 เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เป็นระบบที่นอกจากจะช่วยให้คอนกรีต มีคุณภาพได้มาตรฐานสม่ำเสมอแล้ว ยังช่วยให้เกิดการตกผลึก (Calcium Silicate) ในเนื้อคอนกรีตทำให้คอนกรีตมีความแข็งแกร่ง ทนทาน กว่าการผลิตในระบบอื่นมาก
ความรู้เกี่ยวกับชั้นคุณภาพของคอนกรีตมวลเบา
คอนกรีตมวลเบาสามารถแบ่งชั้นคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ตามความ ต้านทานแรงอัด เป็น 4 ชั้นคุณภาพ และแบ่งตามความหนาแน่นเชิงปริมาตรเป็น 7 ชนิดตามตารางด้านล่าง


เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เลือกใช้คอนกรีตมวลเบาชั้นคุณภาพ 2 (G2) และชั้นคุณภาพ 4 (G4)
ชั้นคุณภาพ 2 (G2) เหมาะสำหรับโครงสร้างอาคารระบบเสา-คาน (Non Load Bearing Walls)
ชั้นคุณภาพ 4 (G4) เหมาะสำหรับโครงสร้างอาคารระบบไร้เสา-ไร้คาน (Load Bearing Walls)


หมายเหตุ :
Q-CON สามารถผลิตทั้งผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาไม่เสริมเหล็ก G2 และ G4 ตาม มอก. 1505-2541 และ
Q-CON สามารถผลิตทั้งผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก ตาม มอก. 1510-2541 ได้รายแรกและรายเดียวที่ได้รับ มอก.
Q-CON ขอแนะนำผู้บริโภคว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ท่านจะได้รับในการเลือกใช้คอนกรีตมวลเบา มีดังต่อไปนี้
กรณีที่ 1
โครงสร้างอาคารที่มีเสาและคาน ควรใช้งานก่อสร้างผนังด้วย G2 เหมาะที่สุด
กรณีที่ 2 โครงสร้างอาคารที่ไร้เสาและคาน ควรใช้งานก่อสร้างผนังด้วย G4 เหมาะที่สุด


Q-CON



ความรู้เกี่ยวกับ Q-CON

อิฐมวลเบา Q-CON คือคอนกรีตคุณภาพมาตรฐานสากล เพราะผลิตภัณฑ์ของQ-CONทุกประเภทจะเลือกใช้ระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง สูตรCement Base ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางแล้วจากทั่วโลกว่าเป็นสินค้าคุณภาพดี และยังพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต เริ่มจากการเลือกใช้แต่วัตถุดิบธรรมชาติที่ได้คุณภาพ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ทราย ยิปซั่ม ปูนขาว น้ำ และอลูมินั่ม โดยจะนำวัตถุดิบทุกชนิดมาทดสอบคุณภาพก่อนเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ จากนั้นจึงนำมาผสมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะด้วยสูตรเฉพาะของ HEBEL Technology จากเยอรมันเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในเนื้อคอนกรีต แล้วจึงนำไปบ่มให้ได้ที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตัดด้วยเครื่องจักรอันทันสมัยเพื่อให้คอนกรีตมีขนาด ที่แน่นอน แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการอบไอน้ำ ที่เรียกว่า " Autoclave" ภายใต้อุณหภูมิสูงและความดันสูง และภายในเวลาที่เหมาะสมด้วยเครื่องจักรอบไอน้ำที่ได้มาตรฐานสูง ทำให้เกิดผลึก(Calcium Silicate) จนได้ที่ เป็นอิฐมวลเบา Q-CON ที่มีคุณสมบัติพิเศษ น้ำหนักเบามาก แต่แข็งแกร่ง ได้มาตรฐานสากล
อิฐ มวลเบาQ-CON สามารถผลิตได้ทั้งชั้นคุณภาพ 2 (G2) และชั้นคุณภาพ 4 (G4) ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชั้นคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 1505-2541 และ มอก. 1510-2541

Q-CON : : ติดต่อเรา
ที่อยู่ : นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 144 หมู่ 16 ถ. อุดมสรยุทธ์
ต. บางกระสั้น อ.บางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา 13160
โทรศัพท์ : (66) 035 - 221 - 271 ต่อ 212
แฟกซ์ : (66) 035 - 221 - 270 ,(66) 035 - 221 - 273
เว็บไซต์ : www.qcon.co.th


ซุปเปอร์บล๊อก


ซุปเปอร์บล๊อก คือ วัสดุก่อสร้างทำผนัง ซึ่งผลิตจากปูนขาว (LIME) , ทราย ซึ่งทั้งหมดเป็นวัสถุดิบภายในประเทศจะถูกนำมาผสมกับน้ำและเติมด้วยผงอลูมิ เนียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบอย่างเดียวที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ผงอลูมิเนียมจะทำปฏิกิริยาจากการบ่ม ซึ่งจะเกิดฟองอากาศเล็กกระจายอยู่ทั่วไป ขบวนการนี้จะเกิดผลึกแบบ CELLULAR ที่ ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีน้ำหนักเบาและจากนั้นก็จะนำไปผ่านเครื่องตัดขนาด ซึ่งตัดด้วยเส้นลวดให้ได้ขนาดตามที่ต้องการและส่งผ่านเข้าสู่เตาอบไอน้ำความ ดันสูงขนาดใหญ่ (HIGH PRESSURE STEAM AUTOCLAVE) ทิ้งไว้นานกว่า 12 ชั่วโมง ขบวนการผลิตดังกล่าว ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จึงทำให้ทุกก้อนได้มาตรฐานทั้งน้ำหนัก , การรับแรงอัด (COMPRESSIVE STRENGTH) , ขนาด , คุณสมบัติการกันไฟ , การยืดหดตัวที่น้อยมาก เหนือกว่าวัสดุผนังทุกชนิดที่มีอยู่ในส่วนผสมของซุปเปอร์บล๊อก คือ ทราย ปูนขาว ซีเมนต์ คิดเป็น 99% ของปริมาณที่เหลือ 1% คือ ผงอลูมิเนียมและทั้งหมดแล้วนับเป็น 1 ใน 4 ของปริมาตรของที่เหลือก็คือ ฟองอากาศเล็ก ๆ ที่ไม่ต่อเนื่องกันนั่นเอง

บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน)
170/86 ชั้น 31 อาคาร โอเชี่ยน ทาวน์เวอร์ ถ.สุขุมวิท 16 (สามมิตร) ตลองเตย กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย
TEL: (662) 261-3615 FAX: (662) 261-3619
E-Mail : info@superblock.co.th

web site : www.superblock.co.th


อิฐมวลเบา สมาร์ทบล็อค (SMART BLOCK)


ผนังที่ดี ไม่เพียงต้องมั่นคง แข็งแรง เท่านั้น แต่ยังต้องช่วยให้ผู้อาศัยอยู่ภายในรู้สึกได้ถึงความเย็น สบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่พลังงานราคาแพง ผนังจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ การเลือกใช้วัสดุก่อผนังที่ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด ได้พัฒนา อิฐเย็น สมาร์ทบล็อค (SMART BLOCK) ด้วยเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน เครื่องจักรทันสมัย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของความประหยัดที่สามารถพิสูจน์ได้

อิฐเย็น สมาร์ทบล็อค เป็น อิฐมวลเบาประหยัดพลังงาน ด้วยรูพรุนขนาดเล็กไม่ต่อเนื่องกันภายใน กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งก้อนอิฐ ผ่านการอบไอน้ำที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความดันอย่างเหมาะสม (AUTOCLAVED) จึงทำให้ อิฐเย็น สมาร์ทบล็อค เป็นอิฐก่อผนังที่ช่วยประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง

บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด
สำนักงานขาย ตั้งอยู่เลขที่ 947/144 บางนาคอมเพล็กซ์ ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์ 0-2399-2020 โทรสาร. 0-2399-2007

โรงงาน ตั้งอยู่เลขที่ 11 หมู่ 9 ถนนบ้านบึง-แกลง ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี 20220
โทรศัพท์ 0-3844-2500-99 โทรสาร 0-3844-2521
Email : marketing@smartblock.in.th
Website : www.smartblock.in.th

Material DataBase

Material DataBase